การจัดดอกไม้สำหรับงานแต่งงาน

272

ดอกไม้ในงานแต่งงาน เปรียบได้กับเครื่องประดับชิ้นสวยของงาน ที่เจ้าภาพจัดเตรียมไว้ต้อนรับสร้างความประทับใจให้กับแขกเหรื่อ และยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้ความทรงจำที่เก็บไว้ในภาพถ่ายงดงาม

นักจัดดอกไม้ได้เห็นพ้องต้องกันว่า การจัดดอกไม้ในงานแต่งงานไม่ได้ยึดถือเรื่องเทรนด์เป็นสำคัญ ขึ้นอยู่กับฤดูกาลของดอกไม้และความชอบของคู่บ่าว-สาวมากกว่า ดังนั้นก่อนจะไปพบนักจัดดอกไม้ คุณควรทำการบ้านโดยการพูดคุยตกลงกันว่าด้วยประเด็นต่างๆดังต่อไปนี้

ต้องมีคอนเซ็ปต์ชัดเจนในใจ ว่าจะจัดงานแต่งงานแบบไหน ชอบดอกไม้โทนสีอะไร สไตล์ไหน ทุกวันนี้คนนิยมจัดดอกไม้โทนสีขาว-เขียว เพราะเป็นสีที่ปลอดภัยหายห่วง ดูเรียบร้อยและโก้หรู แต่เวลาถ่ายรูปออกมาสีอาจจืดชืดไป ถ้าคุณชอบสีสันสดใส แนะนำให้ลองจัดธีมสีแดง-ชมพู หรือสีเหลือง-ส้ม โทนสีเหล่านี้มีดอกไม้ให้เลือกใช้ได้มากมายหลายชนิด

เมื่อเห็นพ้องต้องกันแล้ว อย่าลืมถามความเห็นชอบของครอบครัวด้วย โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่ที่ช่วยซัพพอร์ทงบประมาณการจัดงานแต่งงานให้คุณ หากขัดแย้งกันควรพูดคุยให้เข้าใจ ดีกว่าต้องมารื้อหน้างาน เพราะจะเป็นเรื่องวุ่นวายมาก

หาสถานที่จัดงานให้เรียบร้อยเสียก่อน คอนเซ็ปต์ของดอกไม้ที่คุณคิดไว้ควรไปกันได้กับสไตล์ของห้องที่จะจัดงาน เช่น ถ้าห้องหรูหรา ใหญ่โต แต่อยากจัดดอกไม้สไตล์มินิมัลลิสม์คงไม่เหมาะ เพราะดอกไม้จะจมหายไปทันที

งบประมาณ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้ความสำคัญกับดอกไม้ในงานแต่งงานมากแค่ไหน นักจัดดอกไม้ส่วนใหญ่ชอบให้ลูกค้าบอกงบประมาณในใจมาก่อน เพราะจะทำงานได้ง่ายขึ้น รู้ว่าควรจะครีเอทมากแค่ไหน เพราะถ้าให้คิดไปก่อนโดยไม่บอกงบประมาณ บางคนอาจมีไอเดียบรรเจิด อยากสร้างสรรค์งานของคุณให้สวยที่สุด แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เพราะติดเรื่องงบประมาณ ทำให้เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย

เมื่อทราบงบประมาณคร่าวๆ นักจัดดอกไม้จะดีไซน์การจัดดอกไม้เลือกชนิดของดอกไม้ที่จะใช้ แล้วกลับมาคุยกันอีกครั้ง หากคุณชอบใจและตกลงราคากันได้ จะต้องเตรียมสตางค์ไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานล่วงหน้าด้วย จำนวนเงินจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่จะตกลงกัน

ควรมีเวลาเตรียมงานล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน เพราะนักจัดดอกไม้จะต้องไปดูขนาดห้องที่จะจัดงานเพื่อออกแบบและคิดคำนวนว่า จะต้องใช้ดอกไม้มากน้อยแค่ไหนถึงกำลังสวย แล้วจึงสั่งดอกไม้ ดอกไม้บางชนิดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แล้วยังต้องเตรียมงานโครงสร้างต่างๆ เช่น โครงเหล็กซุ้มประตู ทำ backdrop หรือฉากหลังไว้สำหรับถ่ายรูป

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

หลักในการจัดแจกันดอกไม้

224

1. หน้าที่และประโยชน์ใช้สอย ก่อนจัดควรจะทราบวัตถุประสงค์ในการจัดตกแต่งก่อนว่า จะใช้ในงานอะไร และจะจัดวางที่ไหน เช่น วางกลางโต๊ะ วางมุมโต๊ะ ชิดผลัก หรือแจกันติดผนัง เป็นต้น และควรดูด้วยว่า ลักษณะของห้องที่จะจัดวางเป็นห้องลักษณะแบบใด ทรงใด และขนาดเล็ก ปานกลางหรือใหญ่ เพื่อเราจะได้เลือกแจกันและดอกไม้ที่เหมาะสมกับห้องนั้น ๆ ด้วย

2. สัดส่วน สัดส่วนเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะกำหนดว่าแจกันที่จัดเสร็จจะสวยหรือไม่สวย ถ้าสัดส่วนไม่สมดุลย์แจกันที่จัดออกมาก็ไม่สวย สิ่งที่ต้องคำนึง

2.1 ภาชนะทรงเตี้ย ความสูงที่จัดควรเป็น 1.5-2 เท่า ของความกว้างของภาชนะ

2.2 ภาชนะทรงสูง ความสูงที่จัดควรเป็น 1.5-2 เท่า ของความสูงของภาชนะ

3. การเทียบส่วน ระหว่างดอกไม้กับแจกัน, แจกันกับขนาดของห้อง

4. ความสมดุลย์ เป็นความถ่วงดุล เช่น ซ้ายขวาเท่ากัน หรือ สองข้างไม่เท่ากันแต่หนักไปทางใดทางหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้จัด

5. การเลือกสี เส้นและขนาดให้แตกต่าง กัน เช่น สีกลาง อ่อน เส้นที่โค้งเรียว ขนาดดอกมีใหญ่เล็กเป็นต้น

6. ความกลมกลืน คือ การเข้ากันอย่างสอดคล้องระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ

7. ความแตกต่าง เช่น สีของดอก ใบ และภาชนะที่มีสีแตกต่างกัน แต่ความแตกต่างไม่ควรเกิน 20%

8. การสร้างจุดเด่น คือ จัดให้มีตัวเด่น ตัวรอง และให้มีการส่งเสริมกันและกัน

 

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

ประวัติความเป็นมาของการจัดดอกไม้

158

เพื่อเป็นแนวทางการศึกษาค้นคว้าหาข้ออ้างอิง เพื่อใช้ประกอบเป็นหลักฐานทางด้านประวัติผู้ประดิษฐ์คิดนำดอกไม้สด มาใช้ในพิธีเป็นครั้งแรกหรือบุคคลแรก เพื่อไว้เป็นหลักฐานเรื่องราวให้ชนรุ่นหลัง ได้ทราบประวัติความเป็นมารวมทั้งข้อสันนิษฐานว่าบรรพบุรุษได้นำดอกไม้ ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติมาใช้อย่างเป็นพิธีการ เช่น นำมาจัดบูชาพระรัตนตรัย นำมาจัดประดับตกแต่งสถานที่ในงานทั่วไปและในพิธีสำคัญ เพื่อให้มีความสดชื่นสวยงาม หรูหราและตื่นตา และเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันหลากหลายของดอกไม้ และได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้

ตามหลักฐานที่ได้ศึกษาค้นคว้า ในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระนิพนธ์ไว้ เมื่อปีชวด พ.ศ.2431 ได้ทรงบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย ได้กล่าว ถึงนางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ได้ตกแต่งโคมลอย เพื่อใช้ในพิธีสิบสองเดือนและพระราชพิธีการลอยพระประทีป ซึ่งได้ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สด ผลไม้แกะสลัก มาประดับตกแต่งโคมลอยให้มีความสวยงามยิ่งและได้ทรงกล่าวไว้ว่า ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ซึ่งเป็นพระสนมเอกแต่ครั้งพระเจ้าอรุณมหาราช คือ พระร่วงเจ้าเป็นพระเจ้าแผ่นดินสยามตั้งแต่อยู่ ณ เมืองสุโขทัย ในพระราชนิพนธ์ได้กล่าวว่า นางนพมาศได้เข้ารับราชการได้คิดอ่านทำกระทงดอกไม้พระเจ้าแผ่นดิน ประดิษฐ์เป็นรูปดอกบัว

จากหลักฐานอ้างอิงได้กล่าวมา น่าจะเป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า นางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นสตรีไทยท่านแรกที่เป็นผู้ริเริ่มนำเอาดอกไม้สดมาใช้ในพิธีการตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นครั้งแรก และได้สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

ข้อความในประวัติการร้อยลัย (จันทนา สุวรรณมาลี, 2529) ได้เขียนไว้ในหนังสือตอนหนึ่งว่า “บรรพบุรุษของไทยเรามีชื่อสียงในงานด้านศิลป์อย่างมากมาย โดยเฉพาะการนำดอกไม้สดมาประดิษฐ์เป็นพวงดอกไม้และนำมาประดิษฐ์ตกแต่งโคมลอย ได้สวยงามของนางนพมาศแล้ว” ยังมีหลักฐานได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า “ในเดือนเมษายน มีพระราชพิธีสนามใหญ่ บรรดาเจ้าเมือง เศรษฐี คหบดี เข้าเฝ้าบังคมพระร่วงเจ้า เพื่อถวายเป็นเครื่องบรรณาการ พระสนมกำนัลต่างๆ ก็ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ และในครั้งนั้นนางนพมาศก็ร้อยดอกไม้สีเหลืองเป็นรูปพานทองสองชั้นเป็นระย้าสองชั้น งดงามใส่ลงในพานขันหมากเมี่ยงแล้วร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายคลุมขันอีกชั้นหนึ่ง ดูเป็นที่เจริญตาและถูกฤดูกาลเทศะอีก สมเด็จพระร่วงเจ้าทรงบัญญัติว่า ถ้าชาวไทยทำการรับสนามใหญ่ มีอาวาหมงคลหรือลิลาหมงคล เป็นต้น ในการกรองดอกไม้เป็นรูปพานขันหมาก ดังนี้เรียกว่า พานขันหมาก”

ในสมัยรัตนโกสินทร์เริ่มต้นรัชกาลสืบมา งานฝีมือด้านประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นที่ยอมรับในฝีมือและมีชื่อเสียงมาก เป็นที่นิยมประดิษฐ์ จัดดอกไม้สดในงานต่างๆ ทั่วไป โดยเฉพาะในพระราชพิธีต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5ทรงมีพระราชนิยมการทำดอกไม้มากมาย จัดดอกไม้มากมาย จัดถวายให้ทรงใช้ในงานนั้นๆ เสมอ พระมเหสีเทวีทุกตำหนัก ใฝ่พระทัยในการจัดดอกไม้ไปตามๆกัน แต่ละพระองค์ต่างก็มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ ตามๆกัน สมเด็จพระศรีพัชรินทรา พระบรมราชินีนาถ (พระพันปีหลวง) ครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นพระบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯให้ฝึกอบรมข้าหลวงและครูโรงเรียนราชินีให้รู้จักทำดอกไม้แห้งแทนดอกไม้สดด้วย ทรงส่งเสริมฟื้นฟูการทำดอกไม้เป็นอันมาก พระองค์เองก็ใช้เวลาว่างประดิษฐ์ดัดแปลงการทำดอกไม้แบบเก่าๆ ให้แปลกพิสดารไปอีกมีพระนามเลื่องลือในการร้อยมาลัยมะลิเป็นมาลัยสีขาวกลม ซึ่งเป็นมาลัยธรรมดาไม่มีลวดลายและต่อมาได้พลิกแพลงมาเป็นมาลัยสลับสีเป็นมาลัยเกลียว ซึ่งมีความสวยงามและเป็นลวดลายสีสันขึ้น

หนังสือชุดมรดกไทย “สัญลักษณ์วันแม่ ชื่อมะลิ” (มณีรัตน์ จันทนะผะลิน, 2526)ได้เขียนประวัติและที่มาได้นำมาเป็นข้ออ้างอิงโดยได้กล่าวถึงประวัติเริ่มต้นของคนไทย ที่รู้จักการนำดอกไม้มาร้อยเป็นพวงมาลัยไว้ตอนหนึ่งในหนังสือ พระราชพิธีสิบสองเดือน ดังนี้ “แต่โบราณสมัยก่อนกรุงสุโขทัย บรรพบุรุษของไทยได้คิดประดิษฐ์ ใบไม้ เป็นแบบต่างๆ มากมายแต่ไม่ผู้ใดจดบันทึกไว้ในอนุชนรุ่นหลังได้ค้นคว้า จนถึงสมัยสมเด็จพระร่วงเจ้ามีนางนพมาศซึ่งเป็นพระสนมเอกในสมัยนั้น ได้จดบันทึกเรื่องราวของตนเองไว้ นางเองเป็นหญิงนักปราชญ์ มีความรอบรู้ในพิธีการต่างๆ งานประดิษฐ์ งานฝีมือและอื่นๆ ตลอดจนมีความรู้ทางหนังสือ ด้วยความปรีชาสามารถของนางนพมาศ เราจึงได้มีโอกาสทราบว่า การจัดดอกไม้ของไทยมีจุดเริ่มต้นแต่สมัยนั้นเป็นต้นมา”

Posted in Uncategorized | Tagged , , | Comments Off

การจัดดอกไม้และหลักการในการจัด

352

การจัดดอกไม้นั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่จำเป็นต้องอาศัยทักษะ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ เพราะการจัดดอกไม้นั้นเป็นการนำเอาดอกไม้ที่มีลักษณะ และเฉดสีที่แตกต่างกัน รวมถึงการนำเอาใบไม้ ตลอดจนวัสดุต่างๆ มาจัดให้อยู่ในองค์ประกอบทางศิลปะที่สวยงาม ในการไล่โทนสี และจะต้องมีความสัมพันธ์กับองค์ประกอบต่างๆ จนทำให้เกิดมุมมองที่สวยงาม นับได้ว่าการจัดดอกไม้นั้นเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์ที่ได้มีวิวัฒนาการของการจัดโดยการสืบทอดต่อกันมารุ่นสู่รุ่น โดยปัจจุบันการจัดดอกไม้โดยส่วนใหญ่นิยมจัดเลียนแบบดอกไม้สดธรรมชาติ

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. ภาชนะสำหรับจัด หมายถึง ภาชนะสำหรับรองรับดอกไม้มีหลายชนิด เช่น แจกันรูปทรงต่าง ๆ เช่น กระบุง ตะกร้า ชะลอม

2. ที่สำหรับรองภาชนะ เมื่อจัดดอกไม้เสร็จควรมีสิ่งรองรับเพื่อความสวยงาม ความโดดเด่นของแจกัน เช่นไม้ไผ่ขัดหรือสานเป็นแพ กระจก แป้นไม้

3. กรรไกรสำหรับตัดแต่ง

4. เครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น ลวด ทราย ดินน้ำมัน กระดาษสี ฟลอร่าเทปสีเขียว ก้านมะพร้าว ลวดเบอร์ 24 และ เบอร์ 30

5. ดอกไม้ประดิษฐ์พร้อมใบไม้สำเร็จ

6. เครื่องประกอบตกแต่ง เช่น กิ่งไม้ ขอนไม้ ตุ๊กตา ขดลวด เป็นต้น

ดอกไม้ที่นิยมใช้

1. เลือกดอกไม้ตามวัตถุประสงค์สำหรับงานนั้น ๆ

2. ความทนทานของดอกไม้ประดิษฐ์

3. ขนาด เลือกให้เหมาะกับภาชนะ สถานที่ตั้ง และแบบของการจัด

4. การเลือกสี ต้องดูฉากด้านหลังและจุดประสงค์ว่าต้องการ กลมกลืน หรือตัดกัน

5. ความนิยม เช่นดอกกุหลาบนิยมใช้ในงานมงคล ดอกบัวใช้บูชาพระ

สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการจัด ดอกไม้

1. สัดส่วน ควรให้ความสูงของดอกไม้พอดีกับแจกันเช่น แจกันทรงสูง ดอกไม้ดอกแรกควรสูง เท่ากับ 1.5 – 2 เท่าของความสูงของแจกัน สำหรับแจกันทรงเตี้ยดอกไม้ดอกแรกควรสูง เท่ากับ 1.5 – 2 เท่าของความกว้างของแจกัน

2. ความสมดุยลควรจัดให้มีความสมดุลไม่หนักหรือเอียงข้างใดข้างหนึ่ง

3. ความกลมกลืน เป็นหัวใจของการจัดต้องมีความสัมพันธ์ทุกด้านตั้งแต่ขนาดของแจกัน ความเล็กและใหญ่ของดอกไม้ ความมากน้อยของใบที่นำมาประกอบ

4. ความแตกต่าง เป็นการจัดที่ทำให้สวยงามสะดุดตา เช่นจัดดอกไม้เล็ก ๆ และมีดอกใหญ่เด่นขึ้นมา

5. ช่วงจังหวะ ช่วยให้ดอกไม้มีชีวิตมากขึ้น ควรไล่ขนาด ดอกตูม ดอกแย้ม จนถึงดอกบาน

6. การเทียบส่วน เป็นความสัมพันธ์กับส่วนต่าง ๆ เช่น ดอกไม้ดอกเล็กควรใส่แจกันใบเล็ก ตลอดจนที่รองแจกันมีขาดเล็กด้วย

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

การดูแลรักษาดอกไม้แห้ง

19

การดูแลรักษาดอกไม้แห้ง

ดอกไม้แห้ง — เหล่านี้เป็นวัสดุธรรมชาติเช่นดอกไม้ที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องดูแลเป็นพิเศษ กฎทอง — เมื่อเก็บไว้อย่างถูกต้องการจัดดอกไม้แห้งและศีลธรรม aesthetically ที่ล้าสมัยเร็วกว่าที่ร่างกาย

เพื่อให้ดอกไม้แห้งไม่จำเป็นต้องมีแจกันที่มีน้ำเป็นพิเศษ จานสามารถเป็นอะไรก็ได้ : ลวดและกระดาษสาขาแห้ง, Driftwood, เปลือก, ทอที่ทำจากฟาง, พลาสติก ให้แห้งและวัสดุเทียมสามารถโดยวิธีการของโอเอซิสฟองน้ำดอกไม้และผู้ถือเข็มเจาะ, ลวด, ดิน, ทราย, มอส, กาว

เพื่อ fitodekor ยินดีอีกต่อไปเราก็มีความจำเป็นที่จะต้องดูแลพวกเขา เพื่อรักษาในสภาพที่ดีองค์ประกอบที่เปิดของดอกไม้แห้งและวัสดุธรรมชาติเดือนละครั้งที่พวกเขาจะพ่นด้วยสเปรย์เคลือบเงาพิเศษ

ในขณะเดียวกันเจ็ทของอากาศสลัดฝุ่นและองค์ประกอบทั้งหมดจะคงที่อีกครั้ง ดอกไม้แห้งจะทนกับสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายกว่าที่อาศัยอยู่ (แม้ว่านี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสี) แต่ไม่สามารถทนต่อการเข้าโดยตรงจากน้ำและดวงอาทิตย์

ดอกไม้แห้งไม่ชอบ :

– แสงแดดและการถูกแสงแดดโดยตรงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลาเดียวกันพวกเขาจางหายไปและกลายเป็นขี้เหร่ แสงประดิษฐ์ไม่เป็นอันตรายต่อพวกเขา

– ห้องแห้งเกินไป ในขณะที่ดอกไม้และแห้งที่มีความชื้นในอากาศน้อยกว่า 40% พวกเขากลายเป็นเปราะเกินไป ไม่เคยวางดอกไม้แห้งใน windowsill และหม้อน้ำร้อนกลาง

– ห้องเปียกเกินไป ที่มีความชื้นมากกว่า 70% ของดอกไม้ที่ของบางอย่างเหี่ยวเฉาดอกไม้แห้งอาจพัฒนาแม่พิมพ์และเชื้อรา

แมลงและหนู — ธัญพืชและผลไม้บางชนิดสามารถรักษาสำหรับแมลง (มอด, แมลง) และสัตว์ (หนูหนู) Tools — สารเคมีที่ใช้ในครัวเรือนและกับดัก

– ฝุ่นละออง ฝุ่นพัดไปดูดฝุ่นทำความสะอาดด้วยแรงดันอากาศต่ำหรือเขย่าเบา ๆ ปัดทำจากขนหรือแปรงไฟฟ้​​า

Posted in Uncategorized | Tagged , , | Comments Off

การจัดแจกันดอกไม้ประดิษฐ์

271

อุปกรณ์และเครื่องมือ

1.แจกันศิลาดลทรงสูง

2.แผ่นโฟมใช้แล้ว(ผู้ที่คุ้นเคยกับการจัดดอกไม้ประดิษฐ์แล้วจะใช้วัสดุปักดอกไม้ประดิษฐ์(Sahara)ก็ได้)

3.กาวลาเท็กซ์

4.คีมตัดลวดขนาดกลาง

5.ดอกไม้ประดิษฐ์โทนสีร้อน(สีส้ม สีแสด สีเหลือง สีบานเย็น และสีขาว )

ขั้นตอนการจัดแจกันดอกไม้ประดิษฐ์รูปทรงสามเหลี่ยมมาตรฐาน

1 . ขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์  ผู้จัดใช้วัสดุในการจัดเป็นแผ่นโฟมที่ผ่านการใช้งาน(reuse)แล้วทากาวและบรรจุลงในแจกันศิลาดลทรงสูง

2 . เริ่มต้นการจัดโดยการวางจุดเน้นของแจกันหรือจุดหยุดสายตา(Focus point)ด้วยดอกแคทลียา

3.ขั้นตอนที่ 2 กำหนดกรอบความสูงระยะ หนึ่งเท่าครึ่งของความสูงของแจกันด้วยดอกไม้ช่อสีส้ม

4.ผู้จัดเสริมแซมเงาด้วยดอกไม้ชนิดเดียวกันแต่เป็นสีขาว

5.ผู้จัดกำหนดกรอบด้วยขวามือด้วยดอกไม้ช่อสีส้ม

6.ขั้นตอนต่อมาคือเติมเต็มแนวแนวตั้งของแจกันด้วยดอกทิวลิปสีขาว ดอกกระเจียวสีเหลือง และ ดอกกระเจียวสีแสด

7.ผู้จัดกำหนดกรอบด้วยขวามือด้วยดอกทิวลิปสีเหลือง

8.ขั้นตอนต่อไปคือการเติมเต็มทั้งแจกันด้วยดอกฟรีเซียสีม่วงและดอกไม้ขนาดเล็กสีขาวขลิบสีบานเย็น

9.เก็บรายละเอียดด้านด้านหลังแจกัน และดูความเรียบร้อยโดยรวม

สิ่งควรคำนึงใน การจัดดอกไม้แจกัน

1. สัดส่วน ควรให้ความสูงของดอกไม้พอดีกับแจกันเช่น แจกันทรงสูง ดอกไม้ดอกแรกควรสูง เท่ากับ 1.5 – 2 เท่าของความสูงของแจกัน สำหรับ แจกัน ทรงเตี้ย ดอกไม้ ดอกแรกควรสูง เท่ากับ 1.5 – 2 เท่าของความกว้างของแจกัน

2. ความสมดุยล การจัดดอกไม้แจกัน ควรจัดให้มีความสมดุลไม่หนักหรือเอียงข้างใดข้างหนึ่ง

3. ความกลมกลืน การจัดดอกไม้แจกัน เป็นหัวใจของการจัดต้องมีความสัมพันธ์ทุกด้านตั้งแต่ขนาดของแจกัน ความเล็กและใหญ่ของดอกไม้ ความมากน้อยของใบที่นำมาประกอบ

4. ความแตกต่าง เป็นการจัดที่ทำให้สวยงามสะดุดตา เช่นจัดดอกไม้เล็ก ๆ และมีดอกใหญ่เด่นขึ้นมา

5. ช่วงจังหวะ การจัดดอกไม้แจกัน ช่วยให้ดอกไม้มีชีวิตมากขึ้น ควรไล่ขนาด ดอกตูม ดอกแย้ม จนถึงดอกบาน

6. การเทียบส่วน เป็นความสัมพันธ์กับส่วนต่าง ๆ เช่น ดอกไม้ดอกเล็กควรใส่แจกันใบเล็ก ตลอดจนที่รองแจกันมีขาดเล็กด้วย

Posted in Uncategorized | Tagged , , | Comments Off

การเลือกสีดอกไม้

(ตอน2)

207

ดอกไม้โทนขาว-แดง

ดอกไม้ โทนขาวแดง สีโทนนี้ก็เป็นที่นิยมไม่น้อยเหมือนกัน บางคนอาจเลือกเพราะมีความเชื่อว่าสีแดงคือสีแห่งโชคลาภ สำหรับดอกไม้โทนสีนี้ ให้ความสดใส โดดเด่น และหลายๆคนอาจบอกว่าถ่ายรูปออกมาได้สวย ก็คงอาจเป็นเพราะสีที่สด ของสีแดงที่ทำให้ดูเด่น เราสามารถเลือกชนิดของ,ดอกไม้,ตามความชอบ ในการจัดดอกไม้ที่มีการเล่นโทนสี อาจมีสีที่เข้มหรืออ่อนกว่า ก็จะทำให้,ดอกไม้ออกมาดูมีมิติมากขึ้น เข่น,ดอกไม้สีแดง เราสามารถเลือกดอกไม้สีขาวมาเบรคให้ดูอ่อนลงได้

ดอกไม้โทนขาว-เหลือง-ส้ม 

ดอกไม้ โทนนี้ จะให้ความรู้สึกอบอุ่น เราอาจเลือกดอกไม้หลายๆชนิด เล่นโทนสีเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม ไปจนถึงสีส้ม ใช้,ดอกไม้,สีขาวมาเบรคสีสดๆของ,ดอกไม้, เหลือง ส้ม และนอกจากนี้เรายังสามารถเพิ่มลูกเล่นในการ,จัดดอกไม้, ด้วยการประดับผลไม้สีเล่นโทนเดียวกับลงไป เช่น ส้ม พีช หรือแม้แต่การแต่งโบว์สีน้ำตาลทอง ก็ทำให้ดอกไม้ออกมาดูสวยงามมากขึ้น ดูหรูขึ้นด้วย เหมาะสำหรับงาน Events ต่างๆ

ดอกไม้โทนขาว-ม่วง

ดอกไม้ โทนนี้บางคนอาจเป็นสีโปรด เป็นสีในดวงใจเลยก็ว่าได้ สีม่วงเราก็สามารถหา,ดอกไม้,ที่มีโทนม่วงอ่อน ม่วงเข้มได้ ดอกไม้สีม่วงเป็นดอกไม้ที่มีสีที่เข้ม เราจึงเลือก,ดอกไม้สีขาว,มาเบรค ก็จะทำให้ดอกไม้ออกมาดูไม่มืดหรือเข้มจนเกินไป ใช้โบว์หรือผ้ามาแต่งด้วยก็ได้ เพื่อเพิ่มความสวยงาม ในเรื่องของความเชื่อแล้ว บางคนบอกว่าสีม่วงเป็นสีที่ไม่สมหวัง เท่าที่รู้มาก็ยังไม้มีรายละเอียดอะไรระบุไว้อย่างนั้น ดอกไม้ไม่เคยทำให้เราผิดหวัง เราจะผิดหวังก็ตรงที่ เราชอบสีม่วงมากๆ แต่ไม่กล้าที่จะใช้ดอกไม้สีม่วงเลย ถ้าชอบเรามีความสุข นั้นเหละคือสมหวังแล้วครับไม่ผิดหวังแน่นอน

ดอกไม้โทนฟ้า-คราม

ดอกไม้ โทนฟ้า-ครามใครที่ชื่นชอบดอกไม้โทนนี้ก็ต้องลงทุนกันหน่อยครับ  เพราะดอกไม้สีฟ้าหรือออกครามบ้านเราหายากสักหน่อย ส่วนใหญก็จะนำเข้าเช่น ดอกไฮเด็นเยีย ไอรีส เป็นต้น จึงทำให้ดอกไม้เหล่านี้มีราคาแพง แต่ถ้าเราจัดงานในช่วงที่มีดอกไม้ดังกล่าวที่สามารถปลูกในไทยได้ ก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าชอบจริงๆ ก็ต้องยอมจ่ายเพื่อความสวยงามที่ตามมา แต่ก็มีทางออกอยู่บ้าง เพราะตอนนี้เราก็สามารถย้อมดอกไม้ได้แล้ว หาสีได้ตามต้องการ แต่ก็ต้องระวังเรื่องสีของดอกไม้ ว่าต้องดูแล้วยังคงเป็นธรรมชาติ และดอกไม้ชนิดนี้มีสีนี้จริงก็จะดีมาก เพราะเราก็จะได้ดอกไม้ ตามสีที่เราชอบ และราคาก็ถูกลง

ถึงอย่างไรก็ตาม สีของดอกไม้ก็ควรจะมาจากความชอบของเจ้าของงานเป็นหลัก และให้เข้ากับธีมที่วางไว้ สีของดอกไม้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่นำมาเสนอ เพราะเป็นโทนสีที่นิยมจัดกัน ส่วนสีที่ไม่ได้นำมาเสนอก็ยังสามารถผสมสีในการจัดได้เช่นกัน เช่นสีที่ต่างวรรณะกัน เมื่อนำมาจัดให้สีตัดกันก็ออกมาสวยได้เช่น ม่วง-เหลืองเป็นต้น จะเห็นได้ว่าการจัดดอกไม้นั้นไม่มีอะไรตายตัว เราสามารถปรับให้เข้ากับส่วนอื่นๆชองงานด้วย เพียงแต่งเราเติมความเป็นศิลปะใส่ลงไป จัดด้วยใจ เท่านี้ผลงานที่ออกมาก็จะเป็นที่หน้าประทับใจ กับแขกที่มาร่วมงาน

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

การจัดดอกไม้สากล

05

คนรักดอกไม้อาจจะสามารถปักดอกไม้ลงในขวดโหล วางไว้ประดับบ้านให้สดชื่นได้ทุกคน ยิ่งถ้าดอกไม้ดอกใหญ่ สีสวยด้วยแล้ว คนจัดเกือบจะไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่า หาภาชนะขนาดพอเหมาะใส่ดอกไม้ แล้วก็เอาไปวางในมุมเก๋ๆ ในห้อง พรสวรรค์สรรสร้างอะไรก็คงไม่จำเป็น จัดเสร็จก็เพียงแต่นั่งรอให้คนในบ้านเดินผ่านมาพร้อมกับคำชม ร้อยทั้งร้อย ยังไงก็ต้องพูดว่าดอกไม้สวยจัง..ก็เห็นๆ..ว่าดอกไม้สวยจริงๆ นี่นา

 

อันที่จริงปัญหาก็คงไม่มีหรอกถ้าคนเราไม่ทำให้ชีวิตของตัวเองวุ่นวายด้วยการคิดเล็กคิดน้อย ทำพิธีรีตองขึ้นมานานาประการ เด็กเกิดใหม่ก็รับขวัญ สร้างบ้านก็ทำบุญ ไหนจะฉลองหมั้น แต่งงาน แล้วยังมีปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ รวมทั้งวันเงินเดือนออก สารพัดไปจนถึงงานศพ เป็นอันครบวงจร ประเพณีเหล่านี้เอง ที่ทำให้ช่างจัดดอกไม้มีงานทำมาตั้งแต่อดีตกาล จนอาจกล่าวได้ว่า เริ่มควบคู่กันมากับอารยธรรมของมนุษย์ทีเดียว ทั้งนี้ก็เพราะเกิดมีความจำเป็นขึ้นมาที่จะต้องจัดดอกไม้ให้เหมาะสมกับสถานที่และกาละเทศะต่างๆ เหล่านั้น แทนที่จะแค่ปักดอกไม้ลงในขวดโหลอย่างง่ายๆ

 

การจัดดอกไม้ของชนชาติต่างๆ ในโลกมีความแตกต่างกันก็เนื่องจากความแตกต่างของอารยธรรมของมนุษย์นี่เอง ดูกันไม่ยากถึงความแตกต่างนี้ ก็คือระหว่างอารยธรรมตะวันออกในทวีปเอเซีย และอารยธรรมตะวันตกในทวีปยุโรป

 

ชาวตะวันออก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นและจีนนั้น ถือว่าการจัดดอกไม้เป็นศิลปชั้นสูง มักจัดดอกไม้เพื่อบูชาเทพเจ้าหรือสิ่งที่เคารพนับถือ และใช้ในประเพณีทางศาสนา เน้นความเรียบง่าย และการใช้เส้นหลัก 3 เส้นที่มีความยาว และมุมเอียงตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดและที่ได้ปฏิบัติต่อเนื่องกันมา ดอกไม้ ใบไม้ หรือกิ่งไม้ที่ยาวที่สุด และอยู่ในตำแหน่งสูงสุดเป็นเส้นที่หมายถึง “สวรรค์” ส่วน “พื้นดิน” นั้นอยู่ต่ำที่สุด และวางในแนวขนานพื้นโลกเส้น “มนุษย์” นั้นอยู่ตรงกลาง ทำมุมประมาณ 20-30 องศากับเส้นตั้ง วัสดุที่เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นกิ่ง ก้าน ยอด ดอกตูม ดอกบาน หรือใบ มักเป็นจำนวนเลขคี่ คือ 3,5,7 หรือ 9สำหรับชาวตะวันตก  โดยเฉพาะชาวยุโรปจะแตกต่างไป คือนิยมใช้ดอกไม้จำนวนมากและสีสันหลากหลาย คงจะเป็นเพราะมีดอกไม้นานาชนิดขึ้นอยู่ทั่วไปตามท้องทุ่งทุกฤดูกาล อย่างที่เราเคยเห็น สำหรับลักษณะการจัดจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นช่วงๆ ตามยุคสมัย มีความแตกต่างกันในการเลือกรูปแบบภาชนะ ชนิดของดอกไม้ วัสดุตกแต่ง การใช้ผลไม้รวมไปถึงขนาดการจัด ยุคสมัยต่างๆในประวัติศาสตร์อารยธรรมตะวันตกได้แก่ยุคกรีก โรมัน ยุคกลาง ยุคเรเนซอง อิตาลี ฝรั่งเศส ยุคล่าอาณานิคม จอร์เจียน และวิคตอเรีย เป็นต้น

 

 

มาถึงในโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคแห่งข่าวสาร คนเราติดต่อแลกเปลี่ยนความคิดและความรู้ถึงกันได้อย่างง่ายดาย การจัดดอกไม้แบบทันสมัย ก็คือการผสมผสานเทคนิค และรูปแบบการจัดดอกไม้ของสองอารยธรรม ปรับปรุงขึ้นมาเป็นการจัดดอกไม้แบบโมเดิร์น ซึ่งเป็นที่นิยมมากในทวีปอเมริกา จนทำให้อาจเรียกการจัดดอกไม้แบบอเมริกัน จะมีการใช้ดอกไม้สีสันแรง หรือจัดให้เป็นกลุ่มก้อนชัดเจน เพื่อสร้างจุดเด่น (Focus Point)และจะสร้างโครงเส้นที่ดูน่าสนใจ พิถีพิถันกับการเลือกสี ลักษณะพื้นผิว(Texture)ที่ดูกลมกลืนมีการสร้างสมดุล (Balance)และความลึก (Depth) โดยใช้กิ่งก้าน ดอกไม้ ใบไม้ที่ยาวไม่เท่ากัน

 

สำหรับการจัดดอกไม้แบบดั้งเดิมของไทยและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์นั้น มีความแตกต่างไปจากการจัดดอกไม้ของอารยธรรมต่างๆ ที่กล่าวแล้วข้างต้น โดยนิยมที่จะนำดอกไม้ ใบไม้เล็กๆ หรือกลีบดอกไม้มาประดิษฐ์หรือร้อยต่อกันเป็นมาลัยของไทยนั้นมีการประดิษฐ์ประดอยพานพุ่ม บายศรีและงานวิจิตรพิสดารนานาชนิด โดยไม่มีการจัดลงในภาชนะ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะดอกไม้พื้นเมืองในภูมิภาคแถบนี้ มักมีก้านสั้น หรือไม่คงทน ไม่เหมาะที่จะตัดดอกนำมาใช้ในลักษณะนั้น อยางไรก็ตามมีดอกไม้เมืองร้อนหลายชนิดที่มีกลิ่นหอม และสามารถนำมาลอยน้ำเป็นดอกๆ ช่วยทำให้บรรยากาศของห้องสดชื่นขึ้นได้

 

เมื่อกล่าวถึงการจัดดอกไม้ของไทย แล้วย้อนกลับไปดูรูปแบบการจัดดอกไม้แบบโมเดิร์นแล้วทำให้นึกขึ้นมาว่า เดี๋ยวนี้เริ่มเห็นว่าในต่างประเทศมีช่างจัดดอกไม้ที่นำเอากลีบดอก ใบไม้ มาร้อยเรียงเป็นแผ่น เป็นผืน สงสัยว่าอาจจะประยุกต์มาจากการเรียงบายศรีของเราก็เป็นไปได้ คงเหมือนกับครั้งที่เขาดัดแปลงการจัดดอกไม้แบบตะวันออกเข้ากับแบบตะวันตกนั่นเอง ในยุคเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างนี้ วงการจัดดอกไม้ก็คงคึกคักตามไปด้วย พอๆ กับวงการเสื้อผ้าและเครื่องประดับ เพราะคงจะมีการประยุกต์ดัดแปลงกันอย่างสนุกสนาน แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ของใครจะพาไป เราอาจจะได้ไปเห็นการจัดดอกไม้ชนเผ่าต่างๆ ในทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้ แล้วติดใจนำกลับมาใช้ผสมผสานกับแบบของเรา แต่ความจริงที่แน่ๆ อย่างหนึ่งก็คือจะดูกันจากมุมไหน ชาติไหนจะว่าอย่างไร ช่างจัดดอกไม้ร้อยทั้งร้อยก็คงต้องเลือกดอกไม้สวยไว้ก่อน เพราะถ้าไม่มีคนชมว่าจัดสวย อย่างน้อยก็ขอให้มีสักคนบอกว่า “ดอกไม้สวยจัง” แค่นี้ก็ชื่นใจแล้วจริงไหม

Posted in Uncategorized | Tagged , , | Comments Off

การเลือกสีดอกไม้

108

ดอกไม้ก็มีหลากหลายสีให้เราได้เลือกจัด ออกมาให้สวยงาม และในการจัดดอกไม้ทุกครั้งเราจะต้องมีรูปแบบในใจเสมอ รวมถึงคอนเซ็ปต์ที่วางเอาไว้ สีของ,ดอกไม้, ชนิดของ,ดอกไม้, เพราะสิ่งเหล่านี้ จะช่วยทำให้เราสามารถ,จัดดอกไม้, ให้ออกมาตรงความต้องการได้มากที่สุด เมื่อเราได้คอนเซ็ปต์ใน,การจัดดอกไม้,แล้ว เราก็ลองเลือกสี ของธีมงานว่า เราอยากได้สีโทนไหน ดอกไม้อะไรที่หาได้ในช่วงนั้น เพราะเรื่องนี้ก็สำคัญเหมือนกัน ลองถามความชอบของตัวเราเองว่า เราชอบสีอะไร  ในการจ้ด ดอกไม้นั้นก็มีทั้งสีล้วนและหลากหลายสี เราลองมาดูว่า ดอกไม้,โทนสีอะไร คือสีที่เราต้องการ ในการ,จัดดอกไม้, ให้วันพิเศษของเรา เป็นวันที่มีบรรยากาศที่สวยงาม หน้าประทับใจ

ดอกไม้โทนขาว-เขียว

ดอกไม้ โทนนี้กำลังเป็นที่นิยมกันมากในการจัดงานแต่งงานและงานEvents ต่างๆด้วย เพราะดอกไม้โทนขาว-เขียวนี้ เป็นสีที่เรียบง่าย สบายๆ และยังคงความคราสสิค เรียบหรูเอาไว้ด้วย เพราะถึงแม้จะมีเพียงดอกไม้สีขาวๆ ตัดกับใบเท่านั้น แต่เรายังสามารถเพิ่มลูกเล่นในการ,จัดดอกไม้โทนนี้ได้ด้วย โดยการเลือกใช้ดอกไม้สีขาวหลากหลายชนิด มีทั้งดอกใหญ่และดอกเล็ก เพื่อเพิ่มความอ่อนหวานของ,ดอกไม้ได้ และเรายังสามารถเลือกใช้ใบไม้ ที่มีเส้นใบที่มีลาย หรือมีสีเล่นโทนเขียวอ่อนแก่ได้ หรือผลไม้เป็นลูกๆก็สามารถนำมาจัดกับ,ดอกไม้,ได้ เช่นแอ็ปเปิ้ลเขียว ลูกสวอร์นแพ็นท์ หรือแม้แต่องุ่นเขียว ก็สามารถนำมาแต่งเป็นไฮไลท์ ให้การ,จัดดอกไม้โทนขาว-เขียวไม่ธรรมดาอีกต่อไป

ดอกไม้โทนขาว-ชมพู

ดอกไม้ โทนขาว-ชมพู ก็คงจะถูกใจ และเป็นสีของดอกไม้ในฝันที่อยากจะให้วันงานออกมา มีบรรยากาศหวานโรแมนติก ใน,การจัดดอกไม้,โทนนี้ก็มักนิยมจัดงานแต่งงาน เพราะจะช่วยสร้างบรรยากาศ ให้กับแขกที่มาร่วมงาน รับรู้ได้ถึงความรักที่ทั้งสองมีต่อกันและกัน สำหรับการเลือก,ดอกไม้,โทนนี้ก็ไม่ยาก เพราะจะเป็นสีที่มีอยู่ท้วๆไป มี,ดอกไม้หลากหลายชนิดให้เลือก ขึ้นอยู่กับความชอบของเจ้าของงานนั้นๆ เมื่อเราเลือกสีชมพูได้แล้ว ก็อย่าลืมเลือก,ดอกไม้สีขาว, สำหรับเป็น,ดอกไม้,แซม เพราะสีขาวของดอกไม้แซมจะมีสีที่ช่วยเบรค ให้สีอื่นๆดูอ่อนลง และดูนุ่มนวนขึ้น

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off

ศิลปะการจัดดอกไม้ Ikebana

53

สงสัยกันไหมคะว่าอิเคบานะ ศิลปะการจัดดอกไม้ของญี่ปุ่นเนี่ย มันต่างจากการจัดดอกไม้ทั่วไปยังไง เจ้าของบล็อคสงสัยมากค่ะไปหาคำถามจากหลายๆเว็บไซต์ก็สรุปได้คร่าวๆว่า การจัดดอกไม้ของญี่ปุ่นนั้น แตกต่างจากการจัดดอกไม้ทั่วๆไปตรงที่เขาจะต้องเน้นการจัดที่ดึงเอาความงามตามธรรมชาติของดอกไม้ออกมา

เมื่อเวลาจัดก็ต้องมองถึงความสัมพันธ์กลมกลืนของกิ่งก้าน สี จังหวะและภาชนะด้วย ส่วนความงามนั้นก็จะขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้จัดค่ะ แน่นอนว่าผู้ที่จะจัดดอกไม้แบบอิเคบานะนี้ จะต้องเรียนรู้ให้ถึงแก่นแท้และหัวใจสำคัญในการจัดดอกไม้ในแบบทฤษฎีกันก่อน ทุกขั้นตอนของการจัดดอกไม้นี้จะบรรจง ละเอียดอ่อน และประณีตมากๆ เพราะชาวญี่ปุ่นถือว่าเป็นศิลปะชั้นสูง และวัฒนธรรมที่งดงามของเขาค่ะ

ประวัติของอิเคบานะ

จริงๆแล้วเริ่มขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 แต่เป็นการจัดแบบหยาบๆ ใช้บูชาในศาสนาพุทธ รูปแบบการจัดคือให้ผลายชี้ขึ้นสู่สวรรค์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธา

ต่อมาในศตวรรษที่ 15 ก็เกิดการจัดในรูปแบบที่เรียกว่า ริกกะ Rikka ปรากฏขึ้น การจัดแบบนี้ มุ่งสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ โดยมีเงื่อนไข ในนการจัดด้วยว่า ต้องจัดดอกไม้เหล่านี้เพื่อบรรยายถึงเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นเขาที่ตั้งอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของศาสนาพุทธและเป็นสัญลักษณ์แห่งจักรวาล   ซึ่งการจัดแบบนี้เป็นที่นิยมมากๆในช่วงศตวรรษที่ 17

แต่ปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นการจัดดอกไม้แบบโบราณ มักใช้ในงานพิธีการสำคัญ เสียส่วนใหญ่  อีกทั้งผู้คนก็ไม่ค่อยนิยมการจัดประเภทนี้แล้วด้วย ในศตวรรษที่ 16 เกิดการจัดดอกไม้อีกแบบหนึ่งค่ะเรียกว่า นาเงอิเระ Nageire ซึ่งแปลตรงๆก็คือ การโยนหรือเหวี่ยงเข้าไป เกิดขึ้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของพิธีชงชาค่ะ

หัวใจสำคัญของการจัดแบบนาเงอิเระนี้คือ ความเป็นธรรมชาติค่ะ ไม่ว่าภาชนะจะรูปทรงยังไงหรือใช้วัสดุอะไรก็จำเป็นต้องจัดให้เป็นธรรมชาติและกลมกลืนกันมากที่สุด

 

Posted in Uncategorized | Tagged , | Comments Off